วันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2567

แบบประเมินBLOG

 สรุปคะแนนแบบประเมินBLOG  








ลิ่งค์แบบประเมินBLOG   

https://forms.gle/vvBhkeXV7BefrxMdA


การร่วมมือกับผู้ปกครองในการประเมิน

  

บทบาทของครูและผู้ปกครองในการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยและการรายงานผลการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย”

หัวข้อ หน่วยที่ 6: การร่วมมือกับผู้ปกครองในการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย และ การรายงานผลการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย

1.ออกแบบการสื่อสารถึงผู้ปกครอง (กำหนดรูปแบบการสื่อสาร-เนื้อหาที่จะสื่อสาร-และจัดทำสื่อ เช่น จดหมาย แผ่นพับ สื่อดิจิทัล ฯลฯ   ในหัวข้อที่กำหนดให้ โดยเลือกทำข้อ 1-6 อย่างน้อย ข้อ

                1.) เเจ้งเนื้อหา กิจกรรม วัตถุประสงค์ในการเรียนเเต่ละสัปดาห์

                2.)  เชิญผู้ปกครองเข้าร่วมประชุม 


เเจ้งเนื้อหา กิจกรรม วัตถุประสงค์ในการเรียนเเต่ละสัปดาห์



เชิญผู้ปกครองเข้าร่วมประชุม


ตัวอย่างสมุดรายงานประจำตัวเด็ก






ขียนสมุดรายงานประจำตัวของนักเรียนมา 3 คน    คือคนที่มีพัฒนาการดีมาก ปานกลาง และคนที่ต้องพัฒนา

พัฒนาการดีมาก



พัฒนาการปานกลาง



พัฒนาการที่ต้องพัฒนา



สรุปบทบาทของตนเอง(ในฐานะครู)และบทบาทของผู้ปกครองในการทำงานร่วมกันเพื่อประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย
 บทบาทของตนเอง(ในฐานะครู)
1.ครูจะต้องประเมินพฤติกรรมของเด็กแต่ละคน โดยครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และสติปัญญา
2. ครูมีหน้าที่ประเมินพัฒนาการเป็นกระบวนการต่อเนื่องและเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมปกติตามตารางกิจกรรมประจำวัน
3.ครูควรใช้วิธีการสังเกตและบันทึกพฤติกรรมความสามารถของเด็กอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสรุปพัฒนาการและนำข้อมูลมาจัดประสบการณ์ให้เหมาะสมสอดคล้องกับความสนใจของเด็กแต่ละคน
4.ครูมีการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กให้ได้ผลทุกด้าน ครูต้องทราบว่าเด็กมีพัฒนาการอยู่ในระดับใด เพื่อจะได้จัดประสบการณ์ให้สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็ก ครูจึงต้องรู้วิธีการประเมินพัฒนาการด้านต่างๆของเด็กโดยทำการสังเกตพฤติกรรมของเด็กอย่างสม่ำเสมอ จนสามารถสรุปได้ว่า เด็กมีพัฒนาการอยู่ในระดับใด เพื่อสามารถจัดประสบการณ์ให้สอดคล้องกับความสามารถของเด็กแต่ละคน

บทบาทของผู้ปกครอง
1.เปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้สิ่งต่างๆด้วยการลงมือทำ ให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง
2. ให้เด็กได้มีโอกาสติดและทำในสิ่งที่ถูกต้อง
3. ผู้ปกครองต้องเข้าใจในสิ่งที่เด็กถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความด้วยความตั้งใจ
4. เปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้ด้วยตนเอง

ประวัติกรณีศึกษา

 แบบบันทึกการพัฒนาและแก้ปัญหาผู้เรียน (การศึกษาเด็กรายกรณี)



ชื่อ-นามสกุล นักเรียน    เด็กชายนำโชค  นาร์ทิตา     อายุ 7 ปี

เพศ ชาย       ชั้น อนุบาล3/3     ครูประจำชั้น ชื่อ นามสกุล  นางพนิดา  ประสงค์สุข

 เครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมนักเรียน เช่น แบบสอบถามใครเอ่ย สังคมมิติ แบบสังเกต   แบบสัมภาษณ์ แบบประเมินพฤติกรรม แบบประเมินบุคลิกภาพ ฯลฯ  (ระบุ)

           แบบสังเกต

ผู้ที่ให้ข้อมูลปัญหาพฤติกรรมนักเรียน เช่น ครูที่ปรึกษา ครูพี่เลี้ยง ครูแนะแนว เพื่อนนักเรียน รุ่นพี่ ฯลฯ ระบุ)

           ครูพี่เลี้ยง

ปัญหาพฤติกรรมที่พบ/ลักษณะปัญหา      

 1. พฤติกรรมการขาดสมาธิ

           2. ปัญหากล้ามเนื้อมัดเล็กไม่แข็งแรงกับการเขียน

ปัญหาพฤติกรรมที่เลือกศึกษา สาเหตุที่เลือก (เลือกปัญหาพฤติกรรมที่ต้องพัฒนาหรือแก้ไขเร่งด่วน   1 ปัญหา)

           ปัญหากล้ามเนื้อมัดเล็กไม่แข็งแรงกับการเขียน

แนวทางการช่วยเหลือในการพัฒนาและแก้ปัญหานักเรียนจากบุคลากรภายในโรงเรียน

           ข้อเสนอแนะจาก นางพนิดา  ประสงค์สุข     ตำแหน่ง ครูพี่เลี้ยง

           การเขียน เกิดจากทำงานประสานกันของกล้ามเนื้อมัดเล็กจำนวนมากภายในมือ เพื่อใช้ในการหยิบจับ และเคลื่อนไหวดินสอไปมาขณะที่กำลังเขียน  เด็กที่มีกล้ามเนื้อมัดเล็กไม่แข็งแรงมักจะจับดินสอแบบผิดวิธี ไม่เหมาะสมตามวัย ทำให้เกิดความล้าได้ง่าย เขียนได้ไม่นานเด็กก็จะเริ่มเมื่อยต้องหยุดพัก  ในกรณีที่เขียนแบบใช้ทั้งแขนในการเคลื่อนไหวดินสอไปมา หรือข้อมือลอยขึ้นจากพื้นโต๊ะ มักจะทำให้เด็กเขียนไม่ถนัด ไม่คล่องแคล่ว และเขียนได้ช้า

           กิจกรรมเตรียมความพร้อมในการเขียน เด็กจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาทางกล้ามเนื้อที่ใช้ในการเขียนอย่างเต็มที่ โดยกิจกรรมที่เด็กควรได้รับในช่วงวัยนี้ควรเริ่มเป็นกิจกรรมบนโต๊ะ (Table-top activity) ที่เด็กเริ่มจับดินสอสีหรือดินสอ เพื่อขีดเขียนอย่างมีเป้าหมายมากขึ้น เช่น ลากเส้นในกรอบ ลากเส้นเชื่อมจุด การลอกคำจากกระดาน หรือการระบายสีให้อยู่ในกรอบ เป็นต้น          

แนวทางการช่วยเหลือในการพัฒนาและแก้ปัญหานักเรียนจากนักศึกษาฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพระหว่างเรียน (ควรเลือกแนวทางการแก้ปัญหาพฤติกรรมที่ไม่ใช่การลงโทษ)

พัฒนาโดยการใช้อุปกรณ์ช่วยหรือการปรับอุปกรณ์การเขียนในกรณีที่เด็กมีความยากลำบากในการจัดท่าจับดินสอ สามารถปรับขนาดด้ามดินสอ หรือหาอุปกรณ์ช่วย เช่น เสริมด้ามดินสอให้มีขนาดใหญ่ขึ้น สวมตัวช่วยจับดินสอ ใช้ดินสอรูปทรงสามเหลี่ยม หรือใช้ยางช่วยรัดนิ้วขณะจับดินสอ เป็นต้น

          

วันอาทิตย์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

ทะเบียนคุมชิ้นงาน

 

ทะเบียนคุมชิ้นงาน

นางสาวฐิติรัตน์ แสนกล้า รหัสนักศึกษา 64121860129

คณะครุศาสตร์ สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย ชั้นปีที่3

วันที่/เดือน /พ.ศ.

รายการส่งงาน

การปรับปรุง/ผลงานที่ชอบ

10 กุมภาพันธ์  2567

ชิ้นงานที่1  Portfolio

 ชอบชิ้นงานนี้เพราะว่าได้ออกเเบบPortfolioที่เป็นสไตล์ของตนเอง

30 ธันวาคม  2566

ชิ้นงานที่ 2 แบบฝึกคิด

 ชอบชิ้นงานนี้ เพราะได้เเสดงความคิดเห็นของตนเอง

30 ธันวาคม  2566

ชิ้นงานที่ 3 ดอกไม้ในใจฉัน

 ชอบชิ้นงานนี้เพราะว่าได้นำเสนอดอกไม้ที่ชื่นชอบของตนเองให้เพื่อนๆได้ร่วมเเลกเปลี่ยนรู้

30 ธันวาคม  2566

ชิ้นงานที่ 4 เด็กน้อยในใจฉัน

 ชอบชิ้นงานนี้เพราะว่าได้นึกถึงเด็กๆที่ตนเองคิดถึงหรือเป็นห่วงจากการลงสังเกตการสอนsil2

10 กุมภาพันธ์  2567

ชิ้นงานที่ 5 แบบฝึกหัด:เทคนิควิธีการประเมินผลพัฒนาการเด็ก

ได้ฝึกประเมินเด็กๆจากแบบฝึกหัดและได้ฝึกหัดทำสังคมมิติ

4 กุมภาพันธ์  2567

ชิ้นงานที่ 6 เทคนิควิธีการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย

 ชอบชิ้นงานนี้เพราะว่าได้เรียนรู้เกี่ยวกับเทคนิควิธีการประเมินเด็กปฐมวัย

10 กุมภาพันธ์  2567

ชิ้นงานที่ 7 การประเมินพัฒนาการทางด้านอารมณ์ จิตใจ สังคม (กลุ่มที่4)

 ชอบชิ้นงานนี้เพราะว่าได้ช่วยกันทำงานร่วมกับเพื่อนในกลุ่มอย่างเป็นทีมเพื่อให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

10 กุมภาพันธ์  2567

ชิ้นงานที่ 8 การประเมินพัฒนาการทางด้านร่างกาย(กลุ่มที่ 1,2,3)

 ชอบชิ้นงานนี้เพราะว่าได้สะท้อนคิดความรู้ที่ได้รับและเข้าร่วมกิจกรรมของเพื่อนๆ

10 กุมภาพันธ์  2567

ชิ้นงานที่ 9 การประเมินพัฒนาการทางด้านสังคม(กลุ่มที่ 5,6)

 ชอบชิ้นงานนี้เพราะว่าได้สะท้อนคิดความรู้ที่ได้รับและเข้าร่วมกิจกรรมของเพื่อนๆ

10 กุมภาพันธ์  2567

ชิ้นงานที่ 10 การประเมินพัฒนาการทางด้านปัญญา(กลุ่มที่7,8,9,10,11)

 ชอบชิ้นงานนี้เพราะว่าได้สะท้อนคิดความรู้ที่ได้รับและเข้าร่วมกิจกรรมของเพื่อนๆ

12 กุมภาพันธ์ 67

ชิ้นงานที่ 11 ประวัติกรณีศึกษา

ได้ศึกษาและร่วมมือกันกับครูพี่เลี้ยงในการพัฒนาเด็กที่ศึกษาเป็นเคสกรณี

13 กุมภาพันธ์ 67

ชิ้นงานที่ 12 การร่วมมือกับผู้ปกครองในการประเมิน

ได้ออกแบบชิ้นงานการเชิญผู้ปกครองเข้าร่วมประชุมและออกแบบการแจ้งเนื้อหาผู้ปกครองในการเรียนแต่ละสัปดาห์ และได้ฝึกเขียนสมุดรายงานเด็กๆ

13 กุมภาพันธ์ 67

ชิ้นงานที่ 13 แบบประเมินBLOG

ได้ทราบถึงการประเมินผลการของตนเอง

 

 


วันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

การประเมินพัฒนาการทางด้านสติปัญญา (กลุ่มที่7,8,9,10,11,12)

 กิจกรรมการเข้าร่วมการนำเสนอการประเมินพัฒนาการทางด้านร่างกาย


กลุ่มที่ 7                                                                                                                                                        การประเมินพัฒนาการด้านปัญญา :ทักษะการคิดและการคิดแบบต่างๆของเด็กปฐมวัย

สรุปความรู้จากการนำเสนอกลุ่มที่ 7.

ทักษะการคิดสำหรับเด็กปฐมวัย                                                                                                                   การคิดสำหรับเด็กปฐมวัยใช้คำถามเพื่อกระตุ้นกระบวนการคิดในขณะทำกิจกรรมหรือการจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์ว่าเป็นหัวใจสำคัญของการส่งเสริมให้เด็กได้คิด วิเคราะห์ สังเกต และเปรียบเทียบ 

รูปแบบของการคิดที่ประกอบด้วยทักษะการคิดหลายๆทักษะ ลักษณะการคิดแต่ล่ะลักษณะประกอบด้วยทักษะการคิดที่แตกต่างกันทำให้จุดมุ่งหมายของการคิดแตกต่างกันไป

1.การคิดคลองหลากหลาย

2.การคิดวิเคราะห์และคิดผสมผสาน

3.การคิดริเริ่ม

4.การคิดละเอียดชัดเจน

5.การคิดอย่างมีเหตุผล

6.การคิดกว้างและรอบคอบ

7.การคิดไกล

8.การคิดลึกซึ้ง

9.การคิดดี คิดถูกทาง

ทักษะการคิดสําหรับเด็กปฐมวัยจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เด็กเล็กๆ จะเริ่มต้นพัฒนาความสามารถในการเผยแพร่ความรู้สึกที่ได้รับจากการสืบค้น สามารถอธิบายผลงานจากการเขียนหรือการวาดภาพซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งที่บ่งบอกถึงความสามารถทางสติปัญญาและภาษาของเด็ก

ภาพการเข้าร่วมกิจกรรม



............................................................................................................................................................


กลุ่มที่ 8                                                                                                                                                     การประเมินพัฒนาการด้านปัญญา :ความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัย

สรุปความรู้จากการนำเสนอกลุ่มที่ 8.

ลักษณะพฤติกรรมทางด้านความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัย มีดังนี้

(1) มีความอยากรู้อยากเห็น และสนใจสิ่งใหม่ๆ

(2) ชอบซักถามสำรวจ ทดลอง

(3) กล้าเสี่ยง

(4) กล้าแสดงออก

(5) มีความคิดริเริ่ม

(6) ไม่ชอบคล้อยตามผู้อื่นนอย่างง่าย ฯ

(1) กล้าและศรัทธาที่จะเผชิญกับสิ่งใหม่ๆ

(8)มีความคิดยืดหยุ่นทั้งความคิดและการกระทำสามารถคิดตัดแปองแก้ไขวิธีการและทำงานได้อย่างเหมาะสม

(9) ทำงานเพื่อความสุขของตนเองมิได้หวังผลตอบแทนหรือการยกย่องจากคนอื่น

 กระบวนการของความคิดสร้างสรรค์เป็นวิธีการคิดอย่างเป็นขั้นตอนเพื่อไปสู่จุดมุ่งหมายเมื่อบุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์เริ่มจากการค้นพบปัญหาพร้อมทั้งมีการวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้น การตั้งสมมติฐานและผลที่ได้รับคือคําตอบ ค้นพบสิ่งใหม่ๆและจะนําไปสู่การสร้างสรรค์ผลงานที่ผ่านกระบวนการของความคิดสร้างสรรค์ซึ่งจะเป็นผลงานต่าง ๆ หรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ พร้อมทั้งมีการปรับปรุง สามารถนําไปใช้ประโยชน์ได้

ภาพการเข้าร่วมกิจกรรม





















............................................................................................................................................................

กลุ่มที่ 9                                                                                                                                                    การประเมินพัฒนาการด้านปัญญา :ทักษะทางภาษา (ฟัง พูด อ่าน เขียน)การรู้หนังสือขั้นต้น ของเด็กปฐมวัย

สรุปความรู้จากการนำเสนอกลุ่มที่ 9.

ภาษามีความสำคัญต่อเด็กปฐมวัย เพราะภาษาเป็นเครื่องมือที่ทำให้เกิดการเรียนรู้เป็นพฤติกรรมชนิดหนึ่งช่วยให้เด็กมีพัฒนาการทางสังคมเกิดความอบอุ่นเด็กมีแนวคิดตลอดจนความรู้สึกต่าง ๆ ที่อยู่รอบข้างเด็กสามารถสร้างจินตนาการในสมองซึ่งก่อให้เกิดการทดลองขึ้น

ภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย

1. การฟัง

(1) ด้านความสามารถในการได้ยินและจับใจความซึ่งขึ้นอยู่กับประสบการณ์และภูมิหลังของเด็ก

(2) ด้านความตั้งใจฟัง เกิดขึ้นเมื่อมีแรงจูงใจ มีเหตุผลที่ดีหรือมีประโยชน์ต่อเด็ก

(3) ด้านนิสัยในการฟัง เป็นพฤติกรรมตอบสนองต่อสถานการณ์ในการฟังนิสัยที่ดีในการฟัง

2. การพูด เป็นสิ่งสำคัญในการสื่อสารกับผู้อื่นสาระที่เด็กควรเรียนรู้เพื่อให้สามารถสื่อสารกับผู้อื่นอย่างมีความหมายและตรงตามความต้องการของเด็ก ได้แก่

(1) คําศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของเด็ก หรือคํา ศัพท์เกี่ยวกับเรื่องราวที่เด็กสนใจ

(2) การเรียงลำดับคํา ต่าง ๆ เพื่อใช้ในการสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจ

(3) การใช้คําพูดที่เป็นที่ยอมรับและ/หรือคํา พูดที่สุภาพ

(4) การใช้คําพูดให้เหมาะสมกับบุคคลที่ต้องการสื่อสารด้วย

(5) ความมั่นใจในการพูดกับผู้อื่น

(6) การยอมรับความคิดที่ผู้อื่นแสดงออกด้วยการพูด

(7) ความสนใจที่มีต่อคํา ใหม่ ๆ สาระเหล่านี้ช่วยให้เด็กสามารถมากขึ้น

3. การอ่าน

(1) ความรู้เกี่ยวกับการใช้หนังสือ

(2) ความรู้เกี่ยวกับตัวอักษร

(3) ความรู้เกี่ยวกับเครื่องหมายวรรคตอน

(4) ความรู้เกี่ยวกับการใช้สิ่งชี้แนะ ในการคาดคะเนและตรวจสอบการคาคคะเน

4. การเขียน

(1) การสร้างสัญลักษณ์ภาษาเขียน

(2) ทิศทางการเขียน

(3) วิธีถ่ายทอดความหมายของสัญลักษณ์ภาษาเขียน

(4) ความซับซ้อนของความหมาย

ภาพการเข้าร่วมกิจกรรม























............................................................................................................................................................

กลุ่มที่ 10                                                                                                                                                            การประเมินพัฒนาการด้านปัญญา :ทักษะพื้นฐานความสามารถด้านคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย

สรุปความรู้จากการนำเสนอกลุ่มที่ 10.

คณิตศาสตร์มีความสำคัญคณิตศาสตร์มีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันของทุกคน ดังนั้นเด็กปฐมวัยจึงควรได้รับการส่งเสริมและเรียนรู้พื้นฐานทางคณิตศาสตร์ จากประสบการณ์ชีวิตประจำวันที่เรียนจากสิ่งง่ายไปหาสิ่งยากจากรูปธรรมไปสู่นามธรรมเพื่อเด็กปฐมวัยจะได้สามารถเรียนรู้ได้ถูกต้องและแม่นยําในการคิดคํานวณ และสัญลักษณ์ตัวเลขต่างๆ

ทฤษฎีการสอนคณิตศาสตร์ของเพียเจท์คือทฤษฎีการใช้ประสาทสัมผัสเด็กปฐมวัย เรียนรู้การนับโดยผ่านระบบสัมผัส เช่น การหยิบ การจับ การถือ การสัมผัส ปริมาณหรือขนาดของจำนวนใดจำนวนหนึ่งเด็กจะซึมซับจำนวนโดยการนับได้เห็นปริมาณหรือขนาดของจำนว

เพียเจต์จัดลำดับความคิดความเข้าใจเกี่ยวกับ คณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยตามระดับพัฒนาการดังนี้

1.การจัดหมวดหมู่

2.การเรียงลำดับ

3.มิติสัมพันธ์

4.ความสัมพันธ์เกี่ยวกับเวลา

5.การอนุรักษ์หรือการคงที่ด้านปริมาณนแต่ละจำนวนมีความแตกต่างกันคือหนึ่งไม่เท่ากับสองและสองไม่เท่ากับสามเป็นการเรียนรู้จากรูปธรรมไปสู่นามธรรมซึ่งช่วยให้เด็กปฐมวัยเกิดความเข้าใจความคิดรวบยอดในเรื่องระบบจำนวนได้อย่างง่ายดาย

ภาพการเข้าร่วมกิจกรรม

























............................................................................................................................................................

กลุ่มที่ 11                                                                                                                                                           การประเมินพัฒนาการทางด้านสติปัญญา(ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ สำหรับเด็กปฐมวัย)

สรุปความรู้จากการนำเสนอกลุ่มที่ 11.

เด็กปฐมวัยเรียนวิทยาศาสตร์ในแง่ของทักษาษะพื้นฐานกระบวนการและสาระวิทยาศาสตร์เบื้องต้น

ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

1.ทักษะการสังเกต

2.ทักษะการจำแนกประเภท

3.ทักษะการวัด

4.ทักษะการใช้จำนวน

5.ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล

6.ทักษะการจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล

7.ทักษะการพยากรณ์

การประเมินผลการเรียนรู้วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย                                                            วิทยาศาสตร์มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการดำรงชีวิตของมนุษย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์เป็นกระบวนการสำคัญที่จะทำให้เกิดการพัฒนาวิธีคิดทั้งความคิดเป็นเหตุผล คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์วิจารณ์มีทักษะที่สำคัญในการค้นคว้าหาความร่วมมือความสามารถในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ


ภาพการเข้าร่วมกิจกรรม












































............................................................................................................................................................

กลุ่มที่ 12                                                                                                                                                         การประเมินพัฒนาการทางด้านสติปัญญา(พหุปัญญาของเด็กปฐมวัย)

สรุปความรู้จากการนำเสนอกลุ่มที่ 12.

พหุปัญญา หมายถึง ความสามารถทางปัญญาของคนทีแสดงออกมาในรูปแบบต่างๆที่จะค้นหาแก้ปญหาและสร้างผลผลิตทีมีคุณค่าเป็นที่ในรูปแบบต่างๆที่จะค้นหาแก้ปัญหาและสร้างผลผลิตที่มีคุณค่าเป็นที่ยอมรับของสังคม

ประเภทของพหุปัญญา มี 9 ด้าน

1.ปัญญาด้านภาษา (Linguistic Intelligence)

2.ปัญญาด้านตรรกะ-คณิตศาสตร์ (Logical-Mathematical Intelligence)

3.ปัญญาด้านมิติสัมพันธ์ (Spatial Intelligence)

4.ปัญญาด้านร่างกายและการเคลือนไหว (Bodily Kinesthetic Intelligence)

5.สติปัญญาด้านดนตรี (Musical Intelligence)

6.ปัญญาด้านความเข้าใจระหว่างบุคคล (Interpersonal Intelligence)

7.ปัญญาด้านตนเองหรือความเข้าใจตนเอง (Intrapersonal Intelligence)

8.ปัญญาด้านธรรมชาติ (Naturalist Intelligence)

9.ปัญญาด้านอัตถภวนิยม จิตนิยม หรือการดำรงคงอยู่ของชีวิต (Existential Intelligence)

เทคนิควิธีที่เหมาะสมในการประเมินพัฒนาการด้านพหุปัญญา

1. การสังเกตพฤติกรรมเด็ก

2. การใชแบบทดสอบ (Test)

3. แบบสํารวจรายการ (checklist)

4. การเขียนบันทึก (Journal)

ภาพการเข้าร่วมกิจกรรม





แบบประเมินBLOG

  สรุปคะแนนแบบประเมินBLOG   ลิ่งค์แบบประเมินBLOG    https://forms.gle/vvBhkeXV7BefrxMdA